รีวิว ลองขับ JUNEYAO AIR PLUS ยานยนต์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 214 แรงม้า 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง วิ่งไกล 520 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
รีวิว ลองขับ JUNEYAO AIR PLUS รุ่นท็อป ราคาเริ่มต้น 𝟖𝟔𝟗,𝟎𝟎𝟎 บาท
JUNEYAO AIR PLUS
ยนตรกรรมพลังไฟฟ้าแบรนด์ล่าสุดจากประเทศจีน ทำเราเซอร์ไพร์สได้ไม่น้อย! Juneyao Auto เป็นบริษัทในเครือของสายการบินชื่อเดียวกัน และพวกเขานำแรงบันดาลใจจากธุรกิจนี้มาใส่ลงไปใน “Air” ซาลูนขนาดกลาง ขับเคลื่อนล้อหลัง รุ่นแรก (และรุ่นเดียว ณ เวลานี้) ของค่าย
เรามาเริ่มกันที่เรื่องไม่เซอร์ไพร์สก่อน… คุณได้สมาร์ตโฟนติดล้อเช่นเดียวกับรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ของจีน ทุกฟังก์ชั่นรวมอยู่บนจอแสดงผลส่วนกลาง คุณอาจต้องใช้เวลาศึกษาวิธีการใช้งานนานสักหน่อย
โดยเฉพาะกับการใช้ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยที่จะเปลี่ยนหน้าที่ไปตามฟังก์ชั่นต่างๆ ที่คุณเลือกบนหน้าจอ เช่น เมื่อเข้าสู่เมนูปรับกระจกมองข้าง (ใช่ครับ คุณต้องเริ่มจากบนหน้าจอ!) ปุ่มทั้งสองจะทำหน้าที่เป็นสวิตช์ปรับกระจก เป็นต้น… โชคยังดีที่ Juneyao ยังให้สวิตช์กระจกหน้าต่างและสวิตช์ปรับเบาะนั่งมาให้ได้กดบ้าง
ผมจะปล่อยให้คุณปวดหัวกับการใช้งานต่อไป และข้ามไปที่เรื่องซึ่ง Air ทำให้เราเซอร์ไพร์สกันเลย
อย่างแรกคือวัสดุในห้องโดยสาร มีเพียงส่วนล่าง (ซึ่งมักโดนขูดขีดและเปรอะเปื้อน) เท่านั้นที่เผยให้เห็นชิ้นส่วนพลาสติก เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษา ขณะที่องค์ประกอบอื่นๆ ถูกหุ้มด้วยผ้าและหนังสังเคราะห์ทั้งหมด ส่งให้บรรยากาศโดยรวมหรูหรามีระดับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับราคาไม่ถึงล้านของรถ พื้นที่กว้างขวางโอ่อ่าเป็นผลมาจากการใช้ฐานล้อยาวถึง 2,800 มม. หรือสั้นกว่ารถรุ่นใหญ่อย่าง Toyota Camry เพียง 25 มม. เท่านั้น
ส่วนพื้นที่เหนือศีรษะก็มีมากพอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า แต่อาจเป็นปัญหากับผู้นั่งเบาะหลังที่สูงกว่า 170 ซม. เนื่องจากช่วงพนักพิงศีรษะอยู่ใต้ส่วนลาดของหลังคาพอดี
Juneyao Air มีให้เลือก 2 เกรด คือ Standard ขุมพลังขนาด 201 แรงม้า, 250 นิวตันเมตร และเกรด Plus เหมือนคันทดสอบของเรา ซึ่งมีพลัง 214 แรงม้า, 250 นิวตันเมตร ทั้งคู่วางมอเตอร์ด้านหลังและขับเคลื่อนล้อหลัง นั่นหมายถึง Air มีน้ำหนักเฉลี่ย หน้า:หลัง ที่ค่อนข้างเป็นกลาง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 170 กม./ชม. นับว่าไม่เลวสำหรับรถคลาสนี้
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่รถที่คุณจะหาความบันเทิงจากการตะลุยเส้นทางคดเคี้ยวได้ นั่นเพราะช่วงล่างที่ไม่สามารถรับมือกับการเอียงตัวของรถได้ คุณจะสัมผัสได้ถึงน้ำหนักเฉียด 1.8 ตันของมัน เหวี่ยงไปมาตามแรงที่คุณหักเลี้ยว ร่วมด้วยเสียงยางที่กรีดร้องเนื่องจากใกล้ถึงขีดจำกัดสูงสุด
ทว่าในด้านของการใช้งานทั่วไป ช่วงล่างของ Air กลับทำได้อย่างยอดเยี่ยม ดูดซับแรงสั่นสะเทือนและยืดยุบเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ระบบบังคับเลี้ยวก็ให้น้ำหนักที่ดีทั้งยังตอบสนองน่าพอใจ อาจไม่ถึงกับเฉียบขาดแต่ก็ไม่ “ประดิษฐ์” เหมือนพวงมาลัยของรถไฟฟ้าส่วนใหญ่จากจีน
เมื่อรวมกับการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกและสัมผัสโปร่งโล่งในห้องโดยสาร ส่งให้รถคันแรกของ Juneyao เป็นพาหนะที่น่าประทับใจสำหรับการเดินทางแบบสบายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานในเมือง
ด้วยราคา 7.6 แสนบาทสำหรับเกรด Standard และ 8.7 แสนบาท ของเกรด Plus เหมือนคันทดสอบนี้ นับว่า Juneyao Air เป็นรถที่คุณควรเก็บไว้พิจารณา มันน่าประทับใจทั้งคุณภาพวัสดุภายในห้องโดยสารและความนุ่มนวลในการขับขี่
รวมไปถึงการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อาทิ ภาพกราฟฟิกรถที่แสดงจะเป็นสีเดียวกับสีตัวถังที่คุณเลือก, การปรับแต่งและตั้งค่าได้หลากหลาย ตลอดจนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างไล่ฝ้ากระจกมองข้าง, ระบบทำความเย็นเบาะ หรือไฟท้าย OLED ที่แทบไม่มีรถรุ่นไหนในราคานี้ติดตั้งมาให้
นอกจากนั้น ข้อเสนอส่งเสริมการขาย เช่น ตั๋วเครื่องบินชั้น First-class ฟรี, รับประกันแบตเตอรี่ 800,000 กม. และคำมั่นสัญญาของพวกเขาว่า สามารถจัดส่งอะไหล่จากจีน (มาพร้อมกับสายการบิน Juneyao ที่บินเข้าไทย) ภายใน 3 วันได้ ก็ดูน่าสนใจทีเดียว
สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ JY Air ราคาไม่ถึงล้าน ได้รับ 5 ดาวจาก NCAP ยุโรป นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการออกแบบโครงสร้างตัวถังซึ่งไม่มีคานขวางค้ำบนหลังคา (กระจกเต็มบาน แบบเดียวกับ Tesla, Porsche Taycan) รูปทรงโดยรวมของรถชวนให้นึกถึง Prius ใช้ฐานล้อยาว 2.8 เมตร ช่วยให้ห้องโดยสารกว้างขวางอย่างยิ่ง ทั้งยังมีส่วนทำให้ได้ความนุ่มนวลมากขึ้นขณะขับขี่ นอกจากนั้น การวางล้อทั้งสี่ไว้ปลายสุดของรถส่งให้น้ำหนักส่วนใหญ่รวมอยู่ที่ส่วนกลางตัวถัง ซึ่งมีผลดีด้านการสมดุลน้ำหนักหน้าหลัง น่าเสียดายที่ช่วงล่างนุ่มนิ่มมากไป Air จึงไม่สามารถใช้ประโยชน์ด้านสมรรถนะจากสิ่งเหล่านี้ได้เต็มที่นัก
ไฟหน้าที่บางเฉียบเพียง 15 มม. ดีไซน์ล้ำสมัยและการจัดเรียงที่สลับซับซ้อน ให้ภาพลักษณ์ที่แปลกใหม่กว่ารถทั่วไปในท้องตลาด คุณสามารถเลือกรูปแบบการวิ่งของไฟ DRL (เมื่อปลดล็อครถ) ได้ 3 แบบ ผ่านหน้าจอส่วนกลาง
มีการใช้ OLED เป็นส่วนหนึ่งในชุดไฟท้ายที่พาดยาวต่อเนื่องตามความกว้างของรถ ข้อดีที่เหนือกว่าไฟชนิด LED ก็คือ สามารถทำเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ง่าย เนื่องจาก OLED เปล่งแสงได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้โคมกระจายแสง นอกจากนั้น ยังบางเฉียบใกล้เคียงแผ่นกระดาษ จึงสามารถดัดเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ง่าย และยิ่งซ้อนทับหลายชั้นก็จะยิ่งให้ความสว่างและความเข้มแสงสูงตามไปด้วย ส่วนข้อเสียก็คือ อายุการใช้งานสั้นกว่าไฟชนิด LED และมีราคาแพงมากเนื่องจากใช้วัสดุออร์แกนิกและกระจกฟริตในการผลิต… เพราะฉะนั้น ระวังอย่าให้ใครชนท้าย!
แอโรไดนามิกส์คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพราะยิ่งแรงต้านอากาศน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้รถวิ่งได้ไกลขึ้นเท่านั้น… Juneyao Air มีค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานเพียง 0.23 จากรูปทรงตัวถังแบบลิ่ม และการใช้องค์ประกอบอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิ ช่องรับอากาศกันชนหน้าแบบ Active ซึ่งปกติจะปิดเพื่อลดแรงต้านและเปิดเมื่อระบบต้องการการระบายความร้อนเท่านั้น, ช่องระบายอากาศที่มุมกันชนหน้าเพื่อลดแรงดันและจัดเรียงกระแสอากาศสู่ข้างตัวถัง, มือเปิดประตูที่แนบกับรถ เพื่อลดความปั่นป่วนของอากาศด้านข้าง เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมาพร้อมกับใต้ท้องรถที่ปิดเรียบและดิฟฟิวเซอร์หลังเพื่อระบายอากาศใต้ท้องให้วิ่งผ่านออกไปจากรถได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Juneyao Air Plus ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดแม่เหล็กถาวร ให้กำลังสูงสุด 214 แรงม้า และทำแรงบิดได้ 250 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่เกียร์ Single-speed และขับเคลื่อนล้อหลัง เร่งจากจุดหยุดนิ่งสู่ 100 กม./ชม. ได้ใน 7.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 170 กม./ชม. มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 5 รูปแบบ ซึ่งจะปรับทั้งการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าและน้ำหนักพวงมาลัย
แบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน มีความจุ 64 kWh รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 90 kW สามารถชาร์จจาก 30-80% ได้ใน 21 นาที ส่วนการชาร์จผ่าน AC Wall Box รองรับสูงสุด 11 kW และชาร์จจาก 0-100% ใน 6.5 ชั่วโมง พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่อัตโนมัติขณะชาร์จ สามารถวิ่งได้ 520 กม./ชาร์จ (NEDC)
ติดตั้งล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/45 เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับเกรด Plus ระบบเบรกดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อให้แรงเบรกที่เพียงพอสำหรับจัดการกับพละกำลังของมอเตอร์ ทว่ายังให้สัมผัสขณะเบรกไม่ค่อยดีนัก ช่วงล่างอิสระ Macpherson ที่ด้านหน้า และคานแข็ง 5 จุดยึดสำหรับล้อหลัง บวกด้วยฐานล้อที่ยาวถึง 2.8 เมตร จึงให้ความนุ่มนวลได้ดีเยี่ยม แต่ต้องแลกมาด้วยอาการเอียงของตัวถังที่ค่อนข้างมากขณะเข้าโค้งแคบๆ ส่วนระบบบังคับเลี้ยวตอบสนองและมีน้ำหนักกำลังดี
สิ่งที่ต้องปรบมือให้ Juneyao คือห้องโดยสารที่ทำได้ดีเกินราคาไปมาก วัสดุที่นำมาใช้หุ้มชิ้นส่วนต่างๆ มีสัมผัสที่ดีแม้เป็นวัสดุสังเคราะห์ก็ตาม ขณะที่ชิ้นส่วนพลาสติกก็มีหน้าตาดูดีทีเดียว และเป็นอีกครั้งที่ต้องยกความดีความชอบให้กับความยาวฐานล้อ ที่ส่งให้ได้พื้นที่กว้างขวาง และยังได้หลังคากระจกมาช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับห้องโดยสารได้อีกขั้น Air จึงเป็นรถที่มีภายในยอดเยี่ยมอย่างมากเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน
จอแสดงผลทรงแบนยาวสำหรับผู้ขับขี่มีขนาด 8.8 นิ้ว ให้ความคมชัดสูงและอ่านค่าต่างๆ ได้ง่าย นอกจากนั้น การใช้จอทรงแบนยังช่วยให้ไม่บดบังทัศนวิสัยด้านหน้าและสามารถมองลอดผ่านพวงมาลัยได้โดยไม่บดบังส่วนใดของจอ นอกจากนั้นผู้ขับยังได้ระบบ DMS (Driver Monitoring System) มาคอยสอดส่องดูแล และแจ้งเตือนหากคุณเริ่มเหนื่อยล้าหรือละสายตาจากถนนนานเกินไป ซึ่งมันก็ทำงานได้ดีเพราะ…
… ทุกฟังก์ชั่นถูกรวบรวมไว้ในจอแสดงผลส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว นั่นทำให้คุณต้องใช้เวลาพอสมควรในการหันไปมองจอเพื่อหาสิ่งที่คุณต้องการ และทำให้ระบบ DMS แจ้งเตือนเนื่องจากคุณไม่ได้มองถนนนานเกินไป… นอกจากการควบคุมและอินโฟเทนเมนต์ต่างๆ แล้ว ยังมาพร้อมกับลูกเล่นหยุมหยิมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมต่างๆ, โหมดแคมปิ้ง, กราฟฟิกรถสีเดียวกับสีตัวถังจริง และแสดงการเปิดปิดไฟหน้าและไฟท้ายรถแบบเรียลไทม์ เป็นต้น ที่ขาดไม่ได้คือรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay
เมื่อรูดจากด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Shortcut ของฟังก์ชั่นหลักๆ ที่มักถูกเรียกใช้บ่อย โดยบางฟังก์ชั่นต้องเลือกจากบนหน้าจอ จากนั้น ควบคุมการทำงานผ่านปุ่มกดบนก้านพวงมาลัย นอกจากนั้น คุณยังสามารถเลือกตั้งค่าเองได้ว่าต้องการให้ปุ่มบนพวงมาลัยทำหน้าที่ควบคุมฟังก์ชั่นใดเป็นหลัก
กล้องรอบทิศทางของ Air มีจุดเด่นที่การให้ความคมชัดสูงและเป็นแบบ Transparent นอกจากนั้น หน้าจอยังหันเข้าหาผู้ขับอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง, เรียกใช้งานระบบกล้อง และเมื่อผู้ขับเปิดประตู นอกจากนั้น ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือขณะขับขี่ และระบบช่วยจอดอีกด้วย
ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องโดยสารมาให้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กระจกหน้าต่างแบบ One-touch ทั้งสี่บาน, ลำโพงรอบทิศทาง 8 ตัว, ช่องเสียบ USB Type A และ C, แท่นชาร์จไร้สาย, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมระบบกรอง PM2.5 นอกจากนั้น รีโมทกุญแจยังเป็นระบบสัมผัสแบบ Haptic อีกด้วย
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า มีให้เฉพาะเกรด Plus หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ เบาะรองนั่งมีความนุ่มนวลน่าพอใจแต่พนักพิงแข็งไปหน่อย ปีกเบาะที่ยื่นออกมาเล็กน้อยช่วยโอบรับลำตัวได้ดีและไม่รู้สึกน่าอึดอัดแต่อย่างใด พนักพิงศีรษะก็อยู่ในองศาที่ไม่ดันศีรษะและปักสัญลักษณ์ของแบรนด์มาให้ด้วย ที่เบาะหลังมีพื้นที่วางขากว้างขวางมาก แต่พนักพิงเบาะแข็งและค่อนข้างตั้งตรงทำให้นั่งไม่สบายนัก สังเกตที่พนักพิงศีรษะซึ่งตรงกับส่วนลาดของหลังคาพอดี ทำให้คนตัวสูงไม่มีพื้นที่เหนือศีรษะมากนัก… หลังเบาะหน้าออกแบบให้เป็นทั้งช่องเก็บของและเสียบโทรศัพท์มือถือได้ด้วย
SPECIFICATIONS: JUNEYAO AIR PLUS
Price: ฿869,000
Powertrain: Single e-motor, 214hp, 250Nm
Transmission: Single-speed auto, rear-wheel drive
Performance: 7.9sec 0-100km/h, 170km/h top speed, 520km range (NEDC)
Weight: 1770kg